About ma’ life ;}

เซน เกิดมาพร้อมทั้งพ่อแม่และแม่ เขามีชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบายในระดับปานกลาง(เทียบในระดับเดียวกับชาวอังกฤษ) ครั้นแรกเมื่อเซนเกิด ขณะนั้น เขามีพี่น้องที่เกิดมาก่อนหน้าเขาแล้ว 3 คน เป็นชายสองคนและหญิงอีกหนึ่ง เขาเป็นลูกหลง เพราะเกิดเป็นคนท้ายสุด และด้วยระยะเวลาที่ห่างกันจากพี่สาวคนก่อนหน้านั้นถึง 7 ปี เขามีลักษณะที่ไม่เหมือนพี่ๆทั้งหมด เห็นได้ชัดจากสีผิวของเขา พี่น้องทุกคนมีผิวขาวหมด เว้นเขา… แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเก็บมา “น้อยเนื้อต่ำใจ” แต่อย่างใด เพราะนั่นคือจุดเด่นของเขาที่ไม่เหมือนใคร และใครก้ไม่สามารถเลียนแบบได้เหมือน

พี่ชายคนแรกของเขา “แม็กซ์” พี่ชายคนรอง “แอล” และพี่สาวของเขา “มิน” เนื่องจากทั้งสามคนนี้เกิดในเวลาที่ค่อนข้างไล่เลี่ยกัน เพราะฉะนั้นทั้งสามจึงได้รับการศึกษาพร้อมกันและในที่เดียวกัน แม็กซ์กับเซนเป็นคนเรียนเก่งที่สุดในบรรดาพี่น้องสี่คน แม็กซ์มีความสนใจไปทางด้านวรรณคดีสังคมอังกฤษ เขาสามารถอ่านหนังสือยากๆได้เป็นเวลานานๆ แอลมีความสนใจไปทางด้านดนตรีและมีความสามารถเล่นไวโอลินได้ ส่วนมินมีความสนใจไปทางด้านการออกแบบสิ่งทอจำพวกเสื้อผ้าหรืออื่นๆเพราะเธอมีความฝันว่าเธออยากเป็นดีไซน์เนอร์

“เซน” คือหนึ่งในพี่น้อง เขามีนิสัยที่ค่อนข้างโดดเด่น(ทั้งทางบวกและลบ) เขามีนิสัยชอบถาม ชอบรู้ในศิลป์และศาสตร์ที่ยากๆ หรือเรื่องอื่นใดที่ “คนทั้วๆไป” เขาไม่ค่อยสนใจกัน เช่น การตายของบุคคลสำคัญ หรือการรื้อฟื้นประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าเหา รวมทั้งการสืบสวนหาสาเหตุที่มาของต้นตอในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ต่างๆ เช่น การติดตามเรื่องราวชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่า ตั้งแต่สมัยที่เจ้าหญิงยังเป็นเพียงเลดี้ไดอานา ฟรานเซส สเปนเซอร์, พระราชพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ จนกระทั่งทั้งสองพระองค์ทรงหย่าขาดจากกัน และการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอาน่าที่ฝรั่งเศส เซนสามารถอธิบาย “ต้นเหตุที่มาและที่ไป” ของเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างชัดเจน เซนได้รับอิทธิพลนิสัยนี้มากจากคุณตาที่เคยเป็นอาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ในไฮสคูลแห่งหนึ่งที่ประเทศไอร์แลนด์และอังกฤษ คุณตาชอบซื้อหนังสือประวัติศาสตร์มาให้เขาอ่านบ่อยๆ เพราะว่าต้องการส่งเสริมหลานของตนให้มีความรู้เรื่องนี้ด้วย และเห็นได้ชัดว่าทุกครั้งที่คุณตาซื้อหนังประวัติศาสตร์มา หรือคุณตากำลังนั่งพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยก่อน เซนจะนั่งฟังคุณตาด้วยอาการที่สนใจอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นการส่งเสริมที่เขาชอบ ทำให้เขามีความสุขได้อีกทางหนึ่ง และนั่นก็คือเรื่องจริง…

เซนมิสัยหนึ่งที่ไม่น่าพิสมัยสักเท่าไหร่ คือการพูดอะไรที่ออกมาจากใจ “มากเกินไป” หรือที่เรารู้ๆกันว่า “พูดตรง” แต่หาใช่การพูดไม่ได้คิดแต่อย่างใด แต่นั่นเป็นเพราะเขาคิดแล้วจึงพูดออกมา แต่เขาไม่รู้ว่าที่เขาพูดนั้น มันอาจไปทำร้ายคนที่ฟัง หรือผู้ที่ถูกกล่าวถึงมากน้อยแต่อย่างใด เขายอมรับว่าบางครั้งเขาตั้งใจพูด แต่ 90% ในคำพูดของเขานั้น ไม่ได้ต้องการให้เป็นอย่างนั้นจริงๆ และอีกนิสัยหนึ่งที่กำลังปรับปรุงแก้ไขคือ การแสดงออกที่มากเกินไป(Over Acting) มันไม่มีปัญหาอะไรที่การมีลักษณะพิเศษแบบนี้จะไปกระทบใครคนอื่น แต่ว่าตัวเขาทำให้มันเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในด้านลบ เพราะนั่น มักทำให้เขากลายเป็นจุดเด่น เป็นเป้าสายตาคนอื่น (โดยที่เขาตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตาม) เขารู้ตัวดีว่า “มันมากเกินไป” จริงๆนะ แต่จะให้ทำอย่างไรเล่า เพราะ “ออปชั่นพิเศษ” นี้ หาได้ตั้งใจที่จะมีมันไม่! กล่าวถึงในแง่ของเขา ก็น่าสงสารอยู่ เพราะเขาไม่สามารถควบคุมมันได้จริงๆ เนื่องจากเขามีสมาธิสั้น นิสัยไฮเปอร์ อยู่ไม่นิ่ง และมีอาการที่ชาวออฟิศเรียกกว่า “แอคทีฟ”อยู่ตลอดเวลา ถามว่ามันมีด้านดีไหมในคุณสมบัติพิเศษนี้ ? มันมี …. มีเยอะด้วย เพราะหนึ่ง มันทำให้เขาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงและต้นคิดที่สำคัญในการดำเนินงานต่างๆ เพราะมีความกระตือรือร้นสูง สองมันทำให้เขาเป็นคนอดทนอะไรได้มากขึ้น และสาม…หลายๆคนชอบเขาในสิ่งที่เขาเป็น(อันนี้สำคัญมาก) เพราะเซนไม่ต้องการ “เฟค” ใส่ใคร และไม่อยากให้ใคร “เฟค” ใส่เขา “…ฉันเกลียดคนเฟคมาก..” เขามักบอกกับทุกคนในประโยคนี้เสมอๆ และทุกๆคน ทราบดีในข้อนี้ของเขา

Advertisements
  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: